โสม ราชา แห่งสมุนไพร

โสมเป็นสมุนไพรโบราณเป็นสุดยอดสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับมานานหลายศตวรรษเชื่อกันว่า “โสม” เป็นสมุนไพรที่ศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์
มีสรรพคุณมากมายซึ่งการใช้โสมได้มีการจดบันทึกไว้ในตำรับยาแพทย์แผนจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้วโสมเป็นสมุนไพรที่มีหลายสายพันธุ์แตกต่างกันไปตามแต่สถานที่เพาะปลูกเช่นโสมจีน,โสมเกาหลี,โสมอเมริกา,โสมญี่ปุ่น
โสมซานซี,โสมแคระ ซึ่งปัจจุบันนี้โสมได้รับความนิยมเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกจึงเรียกได้ว่า “โสม” เป็นราชาแห่งมวลสมุนไพร

สารสำคัญที่พบในรากโสม

สารสำคัญในโสมที่มีบทบาทมากที่สุด คือ สารซาโปนิน(Saponin) หรือ จินซิโนไซด์ (Ginsenoside) โดยแบ่งเป็นสารประกอบกลุ่ม โปรโตพานาซาไดออล ( Protopanaxadiol : PPD)  ได้แก่ Rb1, Rb2, Rb3, Rc, Rd, Rg3, Rh2, Rs1ที่สำคัญต่อสมองได้แก่ Rb, Rd  และสารประกอบกลุ่มโปรโตพานาซาไตรออล (Protopanaxatriol : PP ) ได้แก่ Re, Rf, Rg1, Rg2, Rh1 ที่สำคัญต่อสมอง ได้แก่ Re, Rg1 มีคุณสมบัติเป็นกลุ่มสารที่ปรับสมดุลของร่างกาย (Adaptogen) โดยปริมาณของสารประกอบเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของโสมและจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของรากโสม และมีสัดส่วนพอเหมาะพอดีให้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาสูงสุด ในช่วงที่รากโสมมีอายุ 6 ปี 

1.โสมช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง โดยสารสกัดจินเซ็นโนไซด์(Ginsenosides) ชนิด Rb1 และ Rg1 จากโสม มีผลต่อระบบศูนย์กลางควบคุมความสามารถทั้งหมด ส่งผลช่วยพัฒนาความสามารถในด้านการรับรู้และความจำรวมทั้งช่วยในการผ่อนคลายของระบบเส้นประสาทที่ดีขึ้น ช่วยระงับและลดความเครียดในระบบสมองและเพิ่มความจำ 

2.โสมช่วยลดอาการสมาธิสั้น มีรายงานการนำไปใช้ในเด็กสมาธิสั้นที่เกิดจากระดับสารโดปามีน(Dopamine)และอดีนลีน(Adrenaline)ในสมองไม่สมดุลโสมจะช่วยให้การเชื่อมต่อของสัญญาณระบบประสาทในเด็กทำงานดีขึ้น 

3.โสมมีส่วนช่วยรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยไปเพิ่มปริมาณไนตริกออกไซในร่างกายทำให้สามารถรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศรักษาความผิดปกติทางเพศและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ของอวัยวะเพศ 

4.โสมช่วยลดอาการในช่วงวัยหมดประจำเดือนโดยมีฤทธิ์ช่วยปรับฮอร์โมนในผู้หญิง ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนช่วยลดอาการร้อนวูบวาบและอาการข้างเคียงของวัยหมดประจำเดือนหรืออาการวัยทองอีกด้วย

 

5.โสมมีส่วนช่วยรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยสารจินซิโนไซด์ช่วยปรับสมดุลของระบบหลอดเลือดและหัวใจมีส่วนช่วยในการคลายการบีบตัวของผนังหลอดเลือดส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงอีกทั้งยังช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของภาวะหลอดเลือดเสื่อมช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองและหัวใจที่เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันได้อีกด้วย 

6.โสมช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยช่วยรักษาสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มความต้านทานต่อการเจ็บป่วยช่วยสร้างสมดุลการทำงานและการไหลเวียนโลหิตเพิ่มโอกาสในการทำงานของกลุ่มเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันในการควบคุมการอักเสบและการติดเชื้อนอกจากนี้ยังช่วยในการต่อต้านมะเร็งและลดผลกระทบจากการรักษาแบบเคมีบำบัด

7.โสมช่วยเพิ่มพละกำลังในการตื่นตัวของร่างกาย โดยต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สารสกัดจากโสมช่วยเพิ่มการดูดซึมออกซิเจนของเซลล์ ส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการเกิดกรดแลคติกลดลง ซึ่งส่งผลให้อัตราการเกิดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อลดลงด้วย

8.โสมมีผลต่อการลดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดโดยช่วยบรรเทาอาการเมาค้างในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์

9.โสมมีส่วนช่วยในการชะลอวัยโดยสามารถเข้าไปทำลายอนุมูลอิสระจึงช่วยทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง ประกอบกับโสมยังมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้มีความทนทานต่อความกดดันต่างๆจึงช่วยลดขบวนการของความแก่ชราลงได้

10.โสมมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยช่วยทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นช่วยป้องกันการเกิดอาการชาตามนิ้วมือ และป้องกันการเกิดแผลเน่าเปื่อย 


ประเภทของโสม

โสมขาว
 คือโสมสดที่ขุดขึ้นมาจากดิน  ล้างทำความสะอาด สามารถนำไปใช้ได้ทันที หรืออาจนำไปตากแห้งให้น้ำระเหยออกไปเพื่อให้เก็บรักษาไว้ใช้ได้นานขึ้นรากโสมจะมีลักษณะสีขาวซีด

โสมแดง
 คือโสมสดที่นำไปผ่านวิธีการอบไอน้ำที่อุณหภูมิ 120-130 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้มีสรรพคุณทางยามากขึ้น ซึ่งในประเทศเกาหลีจะมีกระบวนการคัดโสมคุณภาพดีโดยนำมาอบไอน้ำเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ให้หมดก่อนอบแห้ง ลักษณะของรากจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง ซึ่งจัดได้ว่ามีคุณค่าทางยามากที่สุดและราคาแพง 

ข้อแตกต่างระหว่าง โสมขาว&โสมแดง

โสมขาว

โสมแดง

มีสาร  Saponin 24 ชนิด
Ginsenoside Rb1, Ginsenoside Rg1
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ต้านความเหนื่อยล้า
ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงาน
เพิ่มพละกำลัง
ช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
(ช่วงมีประจำเดือนหรือวัยทอง)

 

มีสาร  Saponin 23 ชนิด
Ginsenoside Rb1, Ginsenoside Rg1,3
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ต้านความเหนื่อยล้า
ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงาน
เพิ่มพละกำลัง
ช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
(ช่วงมีประจำเดือนหรือวัยทอง)
ชะลอความเสื่อมของเซลล์,ต่อต้านความเครียด
ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง
ส่งผลต่อการพัฒนาในด้านการรับรู้และการจดจำ
ช่วยเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตได้ดีมากขึ้น

คนกลุ่มใดบ้างที่ควรรับประทานโสมเกาหลี

1.กลุ่มคนที่ต้องการใช้ความจำหรือความคิดมากๆ เช่น ในกลุ่มวัยเรียน –  นักศึกษา , กลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องคิดและค้นคว้าในเรื่องงานที่รับผิดชอบ

2.โสมสามารถช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเหมาะกับกลุ่มคนวัยทำงานที่ทำงานไม่เป็นเวลาหรือมีเวลาในการพักผ่อนน้อยซึ่งโสมสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

3.สารสกัดของโสม ช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ เช่น อาการร้อนวูบวาบ, เหงื่อออกมาก, หงุดหงิดง่าย เป็นต้น ดังนั้นโสมจึงถือได้ว่าเหมาะกับผู้ที่กำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ภาวะวัยทองและผู้ที่อยู่ในภาวะวัยทองได้ดี

4.กลุ่มวัยผู้สูงอายุที่ต้องการช่วยเพิ่มความจดจำด้านสมองหรือใช้เพื่อชะลอโรคสมองเสื่อมได้ดี นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้สูงวัยไม่อ่อนเพลียได้ดี

5.กลุ่มคนที่เข้าสังคมสังสรรค์บ่อยๆซึ่งพบว่ามีอาการ 
Hangover (อาการเมาค้าง) อยู่บ่อยครั้ง จากผลทดสอบพบว่าโสมสามารถบรรเทาอาการเมาค้างได้ดี นอกจากนี้โสมยังสามารถช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีมากขึ้น

G2X จี ทู เอ็กซ์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากโสมเกาหลีและเห็ดหลินจือ ในรูปแบบแคปซูลเจล ผสานคุณประโยชน์ของ เห็ดหลินจือแดง วิตามินและแร่ธาตุ ผลิตโดยใช้อุณหภูมิต่ำด้วยระบบสุญญากาศ ภายใต้โรงงานที่ได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย

ส่วนผสมสำคัญ

โสมเกาหลีสกัด, เห็ดหลินจือสกัด, ไดเบสิค แคลเซียม ฟอสเฟต, แมกนีเซียม ออกไซด์, ซิงค์ อะมิโร แอซิด คีเลต, นิโคตินามายด์, เฟอรัส ฟูมาเรต, วิตามิน อี, วิตามิน บี5, เบต้า แคโรทีน, วิตามิน บี6, วิตามิน บี2, วิตามิน บี1

วิธีใช้

รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง รับประทานกับน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นๆ

×