ประวัติเห็ดหลินจือ

Pic2

Pic5-king-reishi

เห็ดหลินจือ (Lingzhi) เป็นยาจีน (Chinese traditional medicine ) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจือว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณที่เป็นเลิศแล้วยังปลอดภัยและรับประทานได้ในระยะยาว ไม่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย

ในยุคปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าเห็ดหลินจือกันมากมายโดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ(Biotechnology) ชั้นสูง ซึ่งทำให้ค้นพบได้ว่า เห็ดหลินจือมี100 กว่าสายพันธุ์ แต่ที่นิยมกันมากมีอยู่ 6 สายพันธุ์ ซึ่งมีสรรพคุณมากน้อยต่างกัน แบ่งตามสีของเห็ดหลินจือ คือ สีแดง ม่วง เหลือง ขาว ดำและเขียวกลุ่มที่มีงานวิจัยมากที่สุดคือสีแดง หรือ Ganodermalucidum (กาโนเดอร์ม่าลูซิดั่ม) ซึ่งพบว่ามีสารสำคัญทางยา คือสารโพลีแซกคาไรด์มากที่สุด จึงนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย จากผลงานวิจัยต่างๆทำให้พบว่าเห็นหลินจือมีสารออกฤทธิ์หลายร้อยชนิด ซึ่งสามารถแบ่งสารออกฤทธิ์ที่สำคัญได้ดังนี้
Pic3

• โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides)

เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน สามารถละลายในน้ำได้ สารโพลีแซคคาไรด์เป็นสารสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย เช่น เบต้า-ดี กลูแคน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควรทานคู่กับวิตามินซี จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารเบต้า-ดี กลูแคน ได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

สารโพลีแซคคาไรด์
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ( Mizuno,1992)
» ป้องกันตับหรือต้านพิษต่อตับ ( Sohn et al. 1995)
» มีส่วนช่วยระบบน้ำตาลในเลือด ( Hikino et al. 1985)
» ต้านการปล่อยสารก่อการแพ้ (Yang et al. 1995)
» มีส่วนช่วยป้องกันโรคหอบหืดและโรคผิวหนังติดต่อ
» เพิ่มปริมาณการใช้ออกซิเจน
» ต้านการเจริญเติบโตของเส้นเลือดฝอย ( Cheng et al. 1986)

• ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenes)

เป็นกลุ่มสารอาหารประเภทกรดไขมัน ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่จะพบมากเป็นพิเศษในพืชบางชนิด มีรสขมเเละฝาด เเละประกอบด้วยสารประกอบทางยา 100 กว่าชนิด

ประโยชน์ของสารไตรเทอร์พีนอยด์
» เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอก ( Toth et al. 1983)
» ลดภาวะไขมันในเลือดสูง ( Liu et al. 1988 ) , ( Komoda et al. 1989)
» ต้านการรวมตัวกันของเกร็ดเลือด ( Wang et al. 1991)
» ป้องกันตับจากสารพิษ ( Hirotani et al. 1986) , (Lin et al. 1991) , (Chen and Yu 1993)
» แก้ปวด ( Kubota et al. 1982) , (Koyama et al. 1993)
» กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ( Hattori,1995 )
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ( Luu et al., 1992), (Lindequist,1995)

• อาดีโนซิน (adenosine) ( Shimizu et al. 1985) , (Kasahara et al. 1987)

เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้าย DNA หรือ RNA ของเซลล์ร่างกาย เราเชื่อว่าอาดีโนซิน สามารถเข้าไปในเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกาย และช่วยควบคุมไม่ให้เกิดเนื้องอก อาดีโนซีนเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์พลังของเซลล์ที่เรียกว่า ATP

ประโยชน์ของสารอาดีโนซิน
» คลายกล้ามเนื้อ แก้อาการปวด โดยเฉพาะอาการปวดไมเกรนจากความเครียด

• เยอร์มาเนียม ( Germanium)

เป็นสารกึ่งตัวนำ จึงมีความสามารถเป็นสารสื่อประสาท หรือกระตุ้นระบบประสาทได้

ประโยชน์ของสารเยอร์มาเนียม
» เป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ที่ดี สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์เนื้อร้าย
» เพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจน ( Liu et al. 1990 )

• โปรตีน LZ-8 ( Kino et al. 1989)

ประโยชน์โปรตีน LZ-8
» ต้านภาวะภูมิไวเกิน
» ต้านไวรัสตับอักเสบ B
» กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

• กรดโอเลอิก (Oleic) และ Cyclooctasulphur ( Tasaka et al. 1988)

ประโยชน์ของกรดโอเลอิก
» ยับยั้งการปล่อยสารก่อภูมิแพ้

Pic6
Pic7
Pic8
Pic9